วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน

        เมืองโบราณที่ขึ้นชื่อของเชียงราย อย่างเมืองเชียงแสน ถือเป็นเมืองโบราณที่ทรงคุณค่า ไม่ต่างกับเมืองโบราณหรือกรุงเก่า ของอยุธยาหรือสุโขทัยเลย สถาปัตยกรรมล้านนาที่เก่าแก่และงดงาม อย่างเช่น วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1834 หากนับแล้วมีอายุถึง 721 ปีเลยทีเดียว ถือว่าเก่าแก่มากๆ หากท่านได้มา ท่องเที่ยวเชียงราย ที่อำเภอเชียงแสนแล้ว ขอแนะนำให้ท่านได้มาไหว้พระ ถ่ายรูป ศึกษาประวัติศาสตร์ และชื่นชมความสวยงามของวัดพระธาตุเจดีย์หลวง หากท่านยังไม่ได้แวะมาเที่ยวถือว่าน่าเสียดายเลยทีเดียว

     วัดพระธาตุเจดีย์หลวง เนื่องจากคำว่า “หลวง” ในภาษาเหนือมักจะใช้เรียกสิ่งที่มีขนาดใหญ่ เจดีย์หลวง จึงหมายความว่า เจดีย์องค์ใหญ่

     ตำนานกล่าวไว้ว่า วัดพระธาตุเจดีย์หลวงเป็นวัดเก่าที่สร้างโดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาไท เมื่อปี พ.ศ. 1887 หลังจากนั้นพระเจ้าแสนภูได้เสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่แทนพระราชบิดา ซึ่งเสด็จกลับมาประทับยังเมืองเชียงรายพร้อมทั้งนำอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่เสด็จสวรรคตที่เชียงใหม่กลับมายังเชียงรายด้วย

     อีกตำนานกล่าวว่าพระเจ้าแสนภูโปรดให้สร้างวัดเจดีย์หลวงขึ้นในปี พ.ศ. 1834 หลังจากที่ทรงสร้างกำแพงเมืองเชียงแสนแล้ว 3 ปี เจดีย์ประธานของวัดนี้เป็นเจดีย์แบบล้านนาที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในเมืองเชียงแสน

     วัดพระธาตุเจดีย์หลวง สูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน นอกจากพระเจดีย์หลวงแล้ว ยังมีพระวิหารเก่าแก่อีกมากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์แบบต่างๆ อีก 4 องค์ โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมากแล้ว แต่ได้รับการบูรณะเป็นอย่างดีให้สมกับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยาง ในสมัยอาณาจักรล้านนาไทย

     กำแพงแก้วรอบวิหาร อันใหญ่โต เดินผ่านช่องประตูของกำแพงที่หนามากๆ

     วิหารวัดพระธาตุเจดีย์หลวง จะเป็นหลังคาที่สร้างใหม่ขึ้นมาเพื่อคลุมโบราณสถาน และพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารเอาไว้ จากด้านหน้าจะมองเห็นองค์พระปฏิมากรได้อย่างชัดเจนเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองเหลือมอร่าม

     ภายในวิหารวัดพระธาตุเจดีย์หลวง พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนฐานยกสูงขึ้นไป ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยศิลปะแบบชาวเหนือ มีบันไดขึ้นลงทั้ง 2 ข้าง พระพุทธรูปบนฐานที่ยกสูงขึ้นไปนั้นมีหลวงพ่อเชียงแสน สิงห์ ๑ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และด้านบน พระพุทธอุโฆษ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานเบื้องหน้าองค์หลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ ๑

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://touronthai.com/

วัดร่องขุ่นสวรรค์บนดิน

          หากใครได้มีโอกาสเดินทางมา ท่องเที่ยวเชียงราย แล้วไม่ได้แวะเที่ยวที่วัดร่องขุ่น ถือว่าท่านพลาดโอกาสที่จะได้ชมความงดงามของวัดร่องขุ่นแล้วหละครับ เนื่องจากวัดร่องขุ่นเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงาน สีขาวถือเป็นจุดเด่นของวัด และ ทุกๆส่วนของวัด หรือทุกๆสิ่งที่สร้างขึ้น ล้วนแล้วแต่มีความหมาย 

          วัดร่องขุ่น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540 โดยท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชั้นแนวหน้าของไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างมาจาก 3 สิ่งต่อไปนี้คือ

  1. ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน
  2. ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา
  3. พระมหากษัตริย์ : จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัยรักพระองค์ท่านมาก จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะและพระเมตตาของพระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตันและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

         ดังนั้นอาจารย์จึงได้สร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์ท่าน โดยปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้บริจาคทรัพย์สินส่วนตัว และคุณวันชัย วิชญชาคร เป็นผู้บริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่เศษ รวมเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาอื่นๆ จนถึงปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 12 ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

ลักษณะเด่นของวัด
          คือพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยสีขาวเป็นพื้น ประดับด้วยกระจกแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา บนปูนปั้นเป็นลายไทย โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก เหนืออุโบสถที่ประดับด้วยสัตว์ในเทพนิยาย เป็นรูปกึ่งช้างกึ่งวิหคเชิดงวงชูงา ดูงดงามแปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถก็เป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เอง

สำหรับการเดินทาง                                                                                                                                   ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเชียงราย – กรุงเทพฯ ขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.เชียงรายเรื่อยๆ  ขับรถไปซักพักจะถึงแยกปากทางแม่สรวย (แยกไป อ.แม่สรวย และไป จ.เชียงใหม่) ขับรถต่อไปอีกซักประมาณ 10 ก.ม ก่อนจะถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ประมาณ 200 เมตร ถ้ามองดูทางด้านซ้ายมือ จะเห็นตัววัดสีขาวสะดุดตายิ่งนัก เมื่อถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกขุนกรณ์ วัดร่องขุ่นจะอยู่เข้าไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งวัดร่องขุ่นจะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย13 ก.ม ตรงหลัก ก.ม ที่ 816 ถนนพลหลโยธิน (หมายเลข 1/A2 )

รวมรูปภาพวัดร่องขุ่น

This slideshow requires JavaScript.

วัดร่องขุ่นเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 6.30 – 18.00 น.
ห้องแสดงภาพ : เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.30 น.
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 8.00 – 18.00 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม
สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย โทร. 053-716519
ศูนย์บริหาร จัดการ การท่องเที่ยว จ.เชียงราย โทร. 053-715690
วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 โทร. 053-673579

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.xn--22cj2bwa1cwa8b3a2euie.com/

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.