สวนโคมตุง เชียงราย

สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน ของสวนโคมตุง เชียงราย ที่อยู่ใจกลางย่านการค้า เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งสวนประดับประดาไม้ดอกไม้ประดับ และไม้เมืองหนาว พร้อมกับมีอาคารแสดงศิลปะการแต่งกายชนเผ่า 30 ชนเผ่า หากท่านได้เดินท่างเข้ามา ท่องเที่ยวเชียงราย ผมขอแนะนำให้ท่านเข้ามาเที่ยวในช่วงวันเสาร์ ตอนเย็นครับ  ทำไมถึงต้องเป็นวันเสาร์ตอนเย็น เพราะว่าท่านจะได้พบกับสถานที่จำหน่ายสินค้า ที่เรียกว่าถนนคนเดินนั้นเอง เพราะถนนคนเดินก็คือถนนด้านหน้าของสวนโคมตุงนั้นเอง เมื่อเดินเที่ยวเสร็จ ก็แวะมาเที่ยวสวนโคมตุง และถ่ายรูปโคมสีเหลืองทองที่สว่างสไว ในยามค่ำคืน น่าประทับใจเป็นที่สุด..

สวนโคมตุง เชียงราย

     ประวัติสวนโคมตุง เชียงราย ตั้งอยู่บนที่ดินจำนวน 11 ไร่เศษ บริเวณถนนธนาลัย ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าเทศบาลนครเชียงราย จ.เชียงราย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของเรือนจำกลาง จ.เชียงราย ที่ก่อกำเนิดเกิดขึ้นมากว่า 100 ปี มีกลิ่นอายและตำนานการคุมขังนักโทษชายและหญิงในคดีต่างๆ กว่า 4,000 ชีวิต ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออก บ้างก็ล้มหายตายจากไปก็ไม่น้อย
ด้วยความแออัดยัดเยียดของจำนวนนักโทษอีกทั้งยังเป็นอุปสรรคภาพลักษณ์ที่ไม่สวยงาม ในการที่มีคุกตั้งอยู่กลางเมืองบดบังทัศนียภาพ ขวางภาพการเจริญเติบโตของนครเชียงราย จึงทำให้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผนึกกำลังผลักดันให้มีการย้ายเรือนจำแห่งนี้ออกไปจนกระทั่งสัมฤทธิ์ผลเมื่อได้รับไฟเขียวจากรมราชทัณฑ์ จึงทำให้เทศบาลเมืองเชียงรายในสมัยนั้น ต้องรับหน้าเสื่อในการปรับล้างภาพลักษณ์ที่อึมครึมออกไปให้เร็วที่สุด

สวนโคมตุง เชียงราย

ปอดแห่งใหม่ใจกลางนครเชียงราย ภายใต้ชื่อ “สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา”   โดย เป็นส่วนของการปรับแต่งสถานที่ของเก่า ซึ่งมีอาคาร ที่คุมขังนักโทษตั้งอยู่โดยรอบออกไปให้โล่งเตียน ก่อนตกแต่งสวนประดับประดาไม้ดอกไม้ประดับ มีการรื้อถอนรั้วกำแพงคุกทั้ง 4 ด้าน คงเหลือไว้เฉพาะบางส่วนให้สวยงามตามยุคสมัย โดยยังคงเก็บรักษาตึกอำนวยการด้านหน้าซึ่งมีสถาปัตยกรรมสวยงามเอาไว้ ซึ่งภายในได้ถูกปรับแต่งทำเป็นศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยี มีระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ระบบอินเทอร์เน็ตเข้ามาติดตั้ง

สวนโคมตุง เชียงราย

นอกจากนี้เรือนคุมขังนักโทษหญิง ซึ่งตัวอาคารสร้างขึ้นมาด้วยไม้เก่าแก่โบราณ ที่ปัจจุบันได้ถูกบูรณะมาเป็นอาคารแสดงศิลปะการแต่งกายชนเผ่า 30 ชนเผ่า ภายในมีการปั้นแต่งหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริง มาจัดแสดงวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวพื้นเมืองล้านนาดั้งเดิมเอาไว้ในตัวอาคาร พร้อมเปิดให้เข้าไปชมได้อย่างกว้างขวางส่วนบรรยากาศโดยรอบ ทั้งในส่วนสนามกีฬา สนามเด็กเล่น สระบัว ลานนวดเท้า สวนตุง ได้ถูกจัดแต่งเอาไว้อย่างลงตัว มีการผสมผสานวัฒนธรรมล้านนากับวัฒนธรรมตะวันตกเข้าอย่างกลมกลืน จึงทำให้สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ กลายมาเป็นปอดสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่มีพ่อค้าประชาชน นักเรียนนักศึกษาตลอดจนนักท่องเที่ยว เข้ามาใช้บริการพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย เก็บเกี่ยวเรื่องราวตำนานความเป็นมาของที่อดีตที่ตั้งเรือนจำอายุกว่า 100 ปี แห่งนี้อย่างล้นหลาม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.chiangraitouristpolice.com

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน

        เมืองโบราณที่ขึ้นชื่อของเชียงราย อย่างเมืองเชียงแสน ถือเป็นเมืองโบราณที่ทรงคุณค่า ไม่ต่างกับเมืองโบราณหรือกรุงเก่า ของอยุธยาหรือสุโขทัยเลย สถาปัตยกรรมล้านนาที่เก่าแก่และงดงาม อย่างเช่น วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1834 หากนับแล้วมีอายุถึง 721 ปีเลยทีเดียว ถือว่าเก่าแก่มากๆ หากท่านได้มา ท่องเที่ยวเชียงราย ที่อำเภอเชียงแสนแล้ว ขอแนะนำให้ท่านได้มาไหว้พระ ถ่ายรูป ศึกษาประวัติศาสตร์ และชื่นชมความสวยงามของวัดพระธาตุเจดีย์หลวง หากท่านยังไม่ได้แวะมาเที่ยวถือว่าน่าเสียดายเลยทีเดียว

     วัดพระธาตุเจดีย์หลวง เนื่องจากคำว่า “หลวง” ในภาษาเหนือมักจะใช้เรียกสิ่งที่มีขนาดใหญ่ เจดีย์หลวง จึงหมายความว่า เจดีย์องค์ใหญ่

     ตำนานกล่าวไว้ว่า วัดพระธาตุเจดีย์หลวงเป็นวัดเก่าที่สร้างโดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาไท เมื่อปี พ.ศ. 1887 หลังจากนั้นพระเจ้าแสนภูได้เสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่แทนพระราชบิดา ซึ่งเสด็จกลับมาประทับยังเมืองเชียงรายพร้อมทั้งนำอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่เสด็จสวรรคตที่เชียงใหม่กลับมายังเชียงรายด้วย

     อีกตำนานกล่าวว่าพระเจ้าแสนภูโปรดให้สร้างวัดเจดีย์หลวงขึ้นในปี พ.ศ. 1834 หลังจากที่ทรงสร้างกำแพงเมืองเชียงแสนแล้ว 3 ปี เจดีย์ประธานของวัดนี้เป็นเจดีย์แบบล้านนาที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในเมืองเชียงแสน

     วัดพระธาตุเจดีย์หลวง สูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน นอกจากพระเจดีย์หลวงแล้ว ยังมีพระวิหารเก่าแก่อีกมากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์แบบต่างๆ อีก 4 องค์ โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมากแล้ว แต่ได้รับการบูรณะเป็นอย่างดีให้สมกับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยาง ในสมัยอาณาจักรล้านนาไทย

     กำแพงแก้วรอบวิหาร อันใหญ่โต เดินผ่านช่องประตูของกำแพงที่หนามากๆ

     วิหารวัดพระธาตุเจดีย์หลวง จะเป็นหลังคาที่สร้างใหม่ขึ้นมาเพื่อคลุมโบราณสถาน และพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารเอาไว้ จากด้านหน้าจะมองเห็นองค์พระปฏิมากรได้อย่างชัดเจนเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองเหลือมอร่าม

     ภายในวิหารวัดพระธาตุเจดีย์หลวง พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนฐานยกสูงขึ้นไป ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยศิลปะแบบชาวเหนือ มีบันไดขึ้นลงทั้ง 2 ข้าง พระพุทธรูปบนฐานที่ยกสูงขึ้นไปนั้นมีหลวงพ่อเชียงแสน สิงห์ ๑ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และด้านบน พระพุทธอุโฆษ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานเบื้องหน้าองค์หลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ ๑

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://touronthai.com/

น้ำตกขุนกรณ์

              น้ำตกขุนกรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นที่นิยมของคนเชียงรายเองและนักท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มา ท่องเที่ยวเชียงราย และได้เเวะมาเที่ยวที่น้ำตกขุนกรณ์ ซึ่งน้ำตกขุนกรณ์เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ น้ำสวย ใส สะอาด เย็นชื่นใจหากใครได้ลงเล่น เป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ถ้าได้มา ท่องเที่ยวเชียงราย ท่านอย่าได้พลาดโอกาสที่จะแวะมาเที่ยวที่นี้

                       แหล่ง ท่องเที่ยวเชียงราย  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.เชียงราย สภาพพื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1500 เมตรโดยใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 30 นาที เมื่อก้าวลงจากรถจะได้สัมผัสกับความร่มรื่นเย็นสบาย จากธรรมชาติที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดเวลาที่นี่ทุกท่านจะได้พบกัน น้ำตกขุนกรณ์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุด ใน จ.เชียงราย มีความสูงที่น้ำตกลงมาถึงด้านล่างประมาณ 70 เมตร  นอกจากนี้ยังมี น้ำตกผีเสื้อ  ที่สำรวจพบผีเสื้ออยู่หลายชนิด และ น้ำตกห้วยเล่าอ้าย  ที่ยังคงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่ ตลอดทางเดินเข้าชมน้ำตก จะพบพันธุ์ไม้ต่างๆ ขึ้นให้เห็นอยู่มากมาย อาทิ ไม้ขนาดใหญ่ ไม้คลุมดิน กล้วยไม้ และเฟิร์น โดยมีเสียงน้ำ เสียงนก เสียงแมลงต่างๆ คอยช่วยเสริมให้บรรยากาศเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

                      สำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสธรรมชาติ ทางวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ ยังมีเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ เพื่อให้ได้ศึกษาธรรมชาติ โดยมีจุดที่น่าสนใจให้ศึกษาตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็น กล้วยไม้หายาก รอยต่อป่า จุดเริ่มต้นของสายธาร ซึ่งหากได้เข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ว จะพบคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำหรับกางเต้นท์พักแรม และยังมีร้านค้าเล็กๆจำหน่ายสินค้าและอาหารไว้สำหรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น

              หากท่านมา ท่องเที่ยวเชียงราย และสนใจที่จะเดินทางมาเที่ยว ผมแนะน้ำให้มาช่วงสงกรานต์ครับ เพราะคนจะเยอะ และสนุกมากๆ มีร้านขายของทั้งของที่ระลึก และของกิน เยอะเยอะมากมาย แถมช่วงนั้นยังมีการเล่นน้ำสงกรานต์ตลอดสองข้างทางอีกด้วยครับ

This slideshow requires JavaScript.

       

                 การเดินทาง วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 33 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถสองแถวประจำทางสาย เชียงราย-บ้านปางริมกรณ์ หรือโดยรถยนต์ส่วนบุคคลตามทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 13 กิโลเมตรถึงบ้านร่องขุ่นแล้วเลี้ยวขวาไปตาม ทางหลวงหมายเลข 1208 ประมาณ 5 กิโลเมตร จนถึงสามแยกบ้านใหม่เลี้ยวขวาเข้าน้ำตกขุนกรณ์ตามทางหลวงหมายเลข 1208 ประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ จากนั้นเดินทางด้วยเท้าขึ้นน้ำตก ระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กรณ์ โทร. 053-726368

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.tourismchiangrai.com

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.